[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
npks.ac.th
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป  
English Chinese (Simplified) Chinese (Traditional) French German Italian Japanese Korean Portuguese Russian Spanish Vietnamese Thai     
ค้นหา   
เมนูหลัก
คู่มือเข้าระบบฯ
การแก้ไขผลการเรียน
link










poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก


โครงการพระราชดำริฯ



  

  หมวดหมู่ : วิทยาศาสตร์
เรื่อง : รุ้งกินน้ำ
blog name : narith
ระดับ : [ มือใหม่ ]
เข้าชม : 8408
อังคาร ที่ 4 เดือน กุมภาพันธ์ พ.ศ.2557 ปักหมุดและแบ่งปัน
    

รุ้งกินน้ำ

กระบวนการเกิดรุ้งกินน้ำ
  • แสงเดินทางมาถึงหยดน้ำ
  • แสงเกิดการหักเห เนื่องจากมีการเคลื่อนที่ผ่านตัวกลางที่มีความหนาแน่นต่างกัน (จากอากาศสู่น้ำ) โดย
    แสงสีน้ำเงินจะหักเห   มากกว่าแสงสีแดง
  • แสงเกิดการสะท้อนภายในหยดน้ำ เนื่องจากผิวภายในของหยดน้ำ มีความโค้งและผิวคล้ายกระจก
  • แสงเกิดการหักเห จากภายในหยดน้ำผ่านสู่อากาศอีกครั้ง 
    เมื่อดูโดยรวม มุมสะท้อนของแสงสีแดง คือ 42 องศา ในขณะที่มุมสะท้อนของ แสงสีน้ำเงิน คือ 4องศา
ชนิดของรุ้งกินน้ำ
    ในธรรมชาติ เราจะเห็นรุ้งกินน้ำได้อย่างมาก ตัวเท่านั้น แต่ทางทฤษฎีแล้ว เนื่องจากแสงสามารถสะท้อนมากกว่า ครั้ง ใน
หยดน้ำ จึงสามารถทำให้เกิดรุ้งตัวที่ 
3...4...5... ไปได้เรื่อยๆ ทุกครั้งที่แสงจำนวนหนึ่งหักเหออก  มาจากหยดน้ำ แล้วทำให้เกิดรุ้งกินน้ำ แสงที่เหลือจะสะท้อนต่อไป และหักเหออกมา ทำให้เกิดรุ้งกินน้ำตัวต่อไป  ที่มีความเข้มของแสงน้อยลง (มองเห็นได้ยากขึ้น) รุ้งตัวอื่นๆ นี้ มีรายงานว่าสามารถสร้างขึ้นได้ในห้องทดลอง
               รุ้งกินน้ำตัวที่ 1 หรือ รุ้งปฐมภูมิ เป็นรุ้งกินน้ำโค้งที่ชัดที่สุดที่เราเห็นกันเป็นประจำ โค้งสีแดงจะอยู่บนสุด และโค้งสีม่วงจะอยู่ล่างสุด รุ้งปฐมภูมิเกิดจากการที่แสงหักเห ครั้ง และสะท้อน 1ครั้ง (หักเห-สะท้อน-หักเห) 
                รุ้งกินน้ำตัวที่ 2 หรือ รุ้งทุติยภูมิ เป็นรุ้งกินน้ำที่ชัดน้อยกว่า และจะเกิดอยู่เหนือรุ้งกินน้ำตัวที่ โดยที่ลำดับสีของสายรุ้งจะ
สลับกับลำดับสีของรุ้งปฐมภูมิ คือโค้งสีแดงจะอยู่ล่างสุด และโค้งสีม่วงจะอยู่บนสุด รุ้งทุติยภูมิเกิดจากการที่แสงหักเห 
ครั้ง และ
สะท้อน 
ครั้ง (หักเห-สะท้อน-สะท้อน-หักเห)
    

ลักษณะของรุ้งกินน้ำ
        หลังฝนตกและมีแสงแดดจ้าจะรุ้งกินน้ำเป็นรูปโค้งบนท้องฟ้า ปรากฏการณ์เช่นนี้นักวิทยาศาสตร์ชาวฝรั่งเศสได้อธิบายไว้ว่าเมื่อแสงตกกระทบกับหยดน้ำจะทำให้แสงเกิดการหักเหหรือโค้งงอแสงที่เกิดการหักเห   หรือโค้งงอแสงที่ผ่านออกมาทางด้านหลังของหยดน้ำ   ก็จะเกิดการหักเหที่มากกว่าเดิม ส่วนต่างมุมที่แสงตกกระทบและผ่านออกไปมีค่าเฉลี่ยประมาณ 42 องศา โดยที่แสงแต่ละสีจะมีการโค้งงอหรือเบี่ยงเบนต่างกันจึง
เป็นเหตุให้สามารถเห็นแถบสีรุ้งได้

         สำหรับรุ้งกินน้ำที่เห็นบนท้องฟ้านี้ เกิดจากแสงอาทิตย์ตกกระทบละอองน้ำฝนจำนวนมากนับล้านๆหยด และผ่านออกมาด้วยค่ามุม เฉลี่ย 42 องศา หากมีคนสองคนยืนห่างกัน 2-3 ฟุต จะเห็นรุ้งกินน้ำ    ในตำแหน่งเดียวกัน แต่รุ้งกินน้ำที่ทั้งสองเห็นนั้นจะไม่ใช่รุ้งกินน้ำเส้นเดียวกัน เพราะรุ้งกินน้ำจะเกิดจากละอองน้ำฝนที่อยู่ต่างตำแหน่งกันนั่นเอง    ส่วนสาเหตุที่รุ้งกินน้ำโค้งไม่เป็นเส้นตรงหรือรูปอื่น นั้นก็เนื่องมาจากละอองน้ำฝนจำนวนหลายๆ ละอองนั้นทำให้แสง  เปลี่ยนทิศทางต่างกันคือ มีทั้งโค้งขึ้นเป็นมุม 42 องศาและโค้งลง                                    เป็นมุม 42 องศา และโค้งออกมาทางด้านข้างของละอองน้ำ แต่คนเราจะเห็นรุ้งที่โค้งขึ้น 42 องศาเท่านั้น ซึ่งเป็นสาเหตุ ของการเห็นรุ้งกินน้ำโค้ง  




4 stars เฉลี่ย : 4 จาก 1 ครั้ง.
รายละเอียดผู้เขียนบทความ blog
blog name :
เจ้าของ blog :
อาชีพ :
สถานที่ทำงาน :
จำนวนบทความใน blog :
ระดับของ blog :
narith
นฤทธิ์ บุตรพรม
------------

2 เรื่อง
[ มือใหม่ ]

วิทยาศาสตร์ 5 อันดับล่าสุด

      รุ้งกินน้ำ 4/ก.พ./2557
      พระจันทร์ทรงกลด 25/ธ.ค./2556
      พลังงานแสงอาทิตย์ 25/ธ.ค./2556
      ดวงอาทิตย์ 22/พ.ย./2556
      ดวงจันทร์ 22/พ.ย./2556